T

[Fiction-CA] Mafia Heart อุบัติรักอันตรายหัวใจมาเฟีย

Title : อุบัติรักอันตรายหัวใจมาเฟีย

Author : Blue Powder

Pairing : Stucky

Rate : ดราม่า ดาร์ค 18+

Summary : บัคกี้นักข่าวสายอาชญากรรมถูกจับตัวได้ระหว่างแอบไปทำงาน แม้จะรู้ว่างานของเขานั้นเสี่ยงแค่ไหน และพร้อมที่จะตายได้ทุกเมื่อ แต่สิ่งที่เขาต้องเผชิญกลับไม่ใกล้เคียงกับความตายเลยแม้แต่น้อย

เม้าท์มอย : ฟิคที่ไม่เคยคิดจะเขียนมาก่อน ส่วนใหญ่จะออกแนวมุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้งสะมากกว่า แต่ยังไงๆ ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ ^^

คำเตือน : ฟิคเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการ แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

------------------------------------------------------------------------

 

 

            

           

            “อา...อืม...” เสียงครางแผ่วดึงขึ้นเมื่อความปวดร้าวไปทั้งตัวแล่นเข้ามาในโสดประสาท โดยเฉพาะส่วนสะโพกที่แทบจะขยับไม่ได้เปลือกตาสีมุกค่อยๆ ขยับอย่างช้าๆ ก่อนจะเปิดขึ้นมารับภาพที่อยู่ตรงหน้า เพดานห้องที่ไม่คุ้นเคยทำให้สมองเริ่มประมวนสิ่งที่เกิดขึ้นในความทรงจำ

            ฉันยังไม่ตาย...

            คือถ้อยคำที่ดังขึ้นมาในใจ ความคิดในแง่บวกเริ่มประดังเข้ามาในหัว อาจจะมีคนเข้ามาช่วยเขาเอาไว้ตอนที่สลบก็เป็นได้ แต่เมื่อมองไปรอบๆ ภายในห้องที่ถูกตกแต่งได้ไม่เหมือนกับห้องพักในโรงพยาบาลสักนิด ชายหนุ่มพยายามพยุงตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ เพื่อจะสำรวจสิ่งรอบตัวได้ถี่ถ้วนขึ้น ข้อเท้าซ้ายเหมือนมีอะไรเกี่ยวไว้ทำให้มือเรียวต้องเลิกผ้าห่มขึ้น

            ความคิดด้านดีพังทลายลงเมื่อเห็นปลอกเหล็กที่พันธนาการขาของเขาเอาไว มีโซ่คล้องกับปลอกเหล็กโยงไปติดกับขาเตียงที่อยู่กลางห้อง ชายหนุ่มไม่รู้ว่าโซ่มีความยาวแค่ไหน แต่ความกลัวกับสิ่งที่เพิ่งจะพบเจอก่อนที่ตนจะหลับไปเริ่มประดังเข้ามาไม่มีที่สิ้นสุด และเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่จะต้องประสบต่อไปคืออะไรนั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มกลัวขึ้นมาจับใจ

            แกร็ก...

            เสียงประตูที่เปิดดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มร่างบางต้องหันไปมองทันที ปรากฏหญิงสาวสองคนในชุดเมดสีดำผ้ากันเปื้อนขาวเดินเข้ามาในห้อง สีหน้าของพวกเธอนิ่งสนิท หรือพูดอีกอย่างคือพยายามนิ่ง และไม่สบตากับชายผู้ที่ถูกพาตัวมา ราวกับเธอรู้ว่าชายหนุ่มตื่นแล้วเพราะเธอเข้ามาพร้อมถาดอาหารในมือคนหนึ่งและอีกคนนำผ้าสีขาวเข้ามา หญิงสาวจัดวางจานอาหารกลิ่นหอมวางลงบนโต๊ะไม้เล็กๆ ติดผนังด้านหนึ่งของห้อง ส่วนอีกคนนำผ้าสีขาวจัดใส่ในตู้หลังใหญ่ที่ติดกับผนังที่อยู่ด้านเดียวกับประตู

            “ท..ที่นี่ที่ไหน” ชายหนุ่มถามเสียงสั่น แต่ไม่ได้คำตอบจากหญิงสาวทั้งสอง เธอจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้เรียบร้อยอย่างใจเย็นและรวดเร็วแล้วเดินออกจากห้องไปทันที ชายหนุ่มพยายามลุกขึ้นเพื่อตามออกไป แต่ก็ไม่ทันการเพราะด้วยอาการเจ็บตามตัวโดยเฉพาะสะโพก

            ปัง

            ประตูปิดลงพร้อมความหวังที่แสนริบหรี่พังทลายลง ชายหนุ่มคุกเข่าอยู่บนพื้นพรมกลางห้อง ความสับสนประดังเข้ามาจนเวียนหัวไปหมด แม้แต่กลิ่นหอมของอาหารน่าทานยังไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มสนใจมันได้ แม้ว่าเขาจะจำไม่ได้ว่ามีอะไรตกถึงท้องครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ก็ตาม

            ชายหนุ่มเดินไปที่หน้าประตูแล้วหมุนลูกบิดประตูแต่ถูกล็อคไว้ ใช้มือทุบหลายครั้งพร้อมส่งเสียงเรียกคนที่อยู่ด้านนอก แต่ไม่ได้รับเสียงใดๆ ตอบกลับมาแม้แต่น้อย หลังจากนั้นจึงเดินไปอีกด้านของห้องที่มีประตูอยู่เหมือนกัน มือเรียวลองหมุนลูกบิดอีกและมันไม่ได้ล็อค เปิดเข้าไปจึงรู้ว่าเป็นห้องน้ำที่มีขนาดกว้างเอาการมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ด้วย ดูเหมือนโซ่จะยาวพอที่จะทำให้เดินเข้าไปข้างในดีพอดี หลังจากนั้นจึงเดินช้าๆ ผ่านเตียงนอนหลังใหญ่ไปที่ผนังด้านตรงข้ามกับประตูที่หญิงสาวสองคนออกไป มันมีหน้าต่างบานใหญ่สไตล์ยุโรปสามบานสูงเกือบถึงเพดานเป็นแบบหน้าต่างติดตายเปิดออกไม่ได้ เมื่อมองออกไปด้านนอกมีสวนที่ถูกดูแลอย่างดี มีชายใส่สูทสีดำประจำตามจุดต่างๆ ถัดจากสวนเป็นป่าไม้หนาทึบ ได้ยินเสียงคลื่นซัดใส่หน้าผาเป็นช่วงๆ

            ชายหนุ่มมองออกไปด้านนอกหน้าต่างคิดหาวิธีหนีออกไปจากที่แห่งนี้ให้ได้ เขาเริ่มเดินสำรวจห้องทุกซอกมุมเพื่อหาอะไรที่พอจะทำลายโซ่ที่ แต่ไม่ว่าจะตรงไหนก็ไม่มีอุปกรณ์ที่พอจะทำได้

            ภาพชายหนุ่มที่เดินวนเวียนในห้องอย่างไร้ประโยชน์ปรากฏบนจอภาพสี่เหลี่ยมที่เรียงกันหลายช่องหลายมุมมองที่สามารถมองได้ทุกจุดทั้งในห้องนอนและห้องน้ำ ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองสว่างมองคนที่อยู่ในห้องนั้นอย่างเอ็นดูราวกับหนูแฮมเตอร์ที่ถูกจับมาไว้ในกรงใหม่ก็ไม่ปาน แน่นอนว่ากล้องที่ติดไว้ในห้องนั้นมีแค่เขาที่สามารถดูได้เพียงคนเดียว

            ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมเมื่อดูเวลาแล้วเขาจำเป็นต้องไปติดต่อกับลูกค้ารายใหม่ในวันนี้ คาดว่ากลับมาคงจะเป็นตอนค่ำ เป็นเวลาที่พอเหมาะพอดีที่จะเข้าไปหาของเล่นใหม่ของเขา เวลาที่เขาจะทำให้คนคนนี้เป็นของเล่นที่ซื่อสัตย์

            “กว่าจะออกมาได้นะ” เสียงของชายผิวสีดังขึ้นเมื่อชายหนุ่มร่างสูงหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียเดินลงมายังหน้าคฤหาสน์ที่มีรถหลายคันจอดอยู่ แซมยืนพิงประตูรถด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย

            “รอนานหรือเปล่า” สตีฟเอ่ยถามเสียงเรียบ เดินเข้าไปนั่งในรถโดยที่ลูกน้องคนหนึ่งเป็นคนมาเป็นประตูให้

            “ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอก ดูท่าทาสคนนี้จะถูกใจนายมากนะ” แซมเอ่ยถามอย่างขบขันเมื่อเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยข้างสตีฟที่เบาะหลังแล้ว

            “...”

            “นี่คือข้อมูลลูกค้าใหม่ที่เราจะไปเจรจา” เมื่อไม่ได้รับคำตอบโต้จากผู้เป็นหัวหน้า แซมจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง มือหนายื่นแฟ้มข้อมูลที่นาตาชาสืบมาให้ ข้อมูลลับสุดยอดระดับ FBI เลยทีเดียว

            สตีฟค่อยๆ ไล่สายตาไปตามข้อมูลและรูปภาพประกอบอย่างคล่าวๆ การรู้ข้อมูลเชิงลึกของแก๊งค์อื่นทำให้การเจรจาง่ายขึ้น ทำให้ได้เปรียบในการเจรจาเพื่อผลประโยชน์ของแก็งค์และยังลดความเสี่ยงในหลายๆ อย่าง

            แซมนั่งนิ่งในรถปล่อยให้ทั้งคันตกอยู่ในความเงียบ เพื่อให้หัวหน้าของเขาได้ใช้ความคิดอย่างสงบ จนกว่าจะเดินทางไปถึงสถานที่นัดพบน่าจะใช้เวลาสองถึงสามชั่วโมงเป็นอย่างมาก

 

 

            เวลาผ่านเลยไปอย่างช้าๆ โดยไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ร่างสูงโปร่งนั่งบนเตียงเหม่อมองไปยังทิวทัศน์นอกหน้าต่าง อาหารที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ได้รับการสนใจ ห้องแห่งนี้ค่อยๆ มืดลงไปทุกที เพราะไม่มีแม้หลอดไฟที่ติดตั้งไว้ภายในห้องแม้แต่ดวงเดียว

            แกร็ก...

            ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้งหญิงสาวสองคนเดินเข้ามาภายในห้องดวงสีหน้านิ่งเฉยและไม่ยอมสบตากับชายหนุ่มที่หันมามอง หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาเก็บจานอาหารออกไป ชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวในห้องพุ่งตัวเข้าหาหญิงสาวทันที

            เพล้ง!

            จานอาหารและแก้วน้ำล่วงลงกระทบพื้นเสียงดัง น้ำและขนมปังรวมถึงซุปที่เย็นชืดกระจายลงบนพื้น มือเรียวข้างหนึ่งล็อคหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหนีส่วนอีกข้างหยิบเศษแก้วขึ้นมาจ่อที่คอระหงส์ของหญิงสาว ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบตั้งตัวไม่ทัน

            “ปล่อยฉันไปสะ ถ้าไม่อยากตาย” ชายหนุ่มใช้ปลายแหลมคมจ่อที่คอของหญิงสาวมากขึ้น วงหน้าของสาวใช้ทั้งสองมีแววตกใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้น

            “ปลดโซ่ออกสะ” ชายหนุ่มสั่ง

            “ไม่ได้...” เมดสาวตอบเสียงสั่น

            “อยากตายหรือไง!”

            “ฉ..ฉัน...ไม่มีกุญแจ...”

            “ไม่มีก็ไปหามาสิ!” ชายหนุ่มสั่งอีกครั้ง หญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูรีบวิ่งหนีออกไปจากห้องทันทีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

            ชายหนุ่มกลืนน้ำลายฝืดคอยืนนิ่งอยู่กับหญิงสาวเพื่อรอให้มีคนมาปล่อยตัว และเขาจะใช้เธอเพื่อเป็นตัวประกันแล้วหนีออกไป หัวใจดวงน้อยในอกเต้นแรง ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมาจับใครเป็นตัวประกันแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลยสักครั้ง แต่ถึงยังไงเขาต้องเอาตัวรอดจากที่นี่ให้ได้ก่อน ที่เหลือค่อยคิดทีหลัง

            ผ่านไปไม่นานก็ได้ยินเสียงเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แต่เป็นเสียงที่เดินเข้ามานับจำนวนได้แค่ไม่ถึงห้าคน ชายหนุ่มกระชับแก้วในมือมากขึ้นจนทิ่มเข้าไปในมือของตัวเอง แต่ตอนนี้เขาไม่ได้สนใจอาการบาดเจ็บเล็กน้อยนั่นเลย

            เสียงเดินหยุดลงพร้อมร่างของหญิงสาวผมสีแดงยืนอยู่หน้ากรอบประตู สีหน้าดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย เรียวปากที่แต่งแต้มลิปสติกแย้มยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย

            “อ้าวๆ สัตว์เลี้ยงตัวใหม่เกิดพยศขึ้นมาสะแล้วเหรอ”

            “ย..หยุดพล่ามสะที แล้วมาปลดโซ่ออกสะ!” ชายหนุ่มตะโกนเสียงดัง ปลายแหลมของเศษแก้วจ่อใกล้ลำคอขาวของเมดสาวจนแทบจะทิ่มเข้าไปในเนื้อผิว

            “ถ้าไม่ทำแล้วนายจะทำอะไรเหรอ” หญิงสาวถามอย่างยียวนกวนอารมณ์

            “ฉ..ฉัน...ฉัน จะฆ่าเธอสะ”

            “ก็เอาเลยสิ ฆ่าเลย เพราะฉันไม่มีกุญแจมาเปิดให้หรอกนะ เพราะมันอยู่กับเจ้าของของนายไงล่ะ”

            ทั้งตัวประกันทั้งชายหนุ่มเบิกตาขึ้นกับคำพูดของหญิงสาวผมสีแดง คำพูดที่ราวกับไม่เห็นคุณค่าของชีวิตคนทำให้ชายหนุ่มอึ้งไป แต่แววตาก็กลับมาจริงจังอีกครั้ง

            “ฉ..ฉันเอาจริงนะ! งั้นติดต่อเจ้านายเธอสิ คนที่มีกุญแจ...ให้เขามาไขโซ่นี่ออก”

            “ฮ่าๆๆๆๆ อย่าพูดให้ขำแบบนั้นสิ ฮ่าๆๆ ถ้าเขามาล่ะก็นายไม่ได้มายืนปากเก่งแบบนี้หรอก อีกอย่างนะ ที่นี่ไม่มีใครอยากทำอะไรนายหรอกนะ ฮ่าๆๆ นอกจากเขาแล้ว เขาที่เป็นเจ้านายของนายเพียงคนเดียว ใครอื่นก็แตะต้องนายไม่ได้”

            “...หมายความว่าไง”

            “เขาเป็นพวกแบบว่า... จะว่ายังไงดีนะ... ประมานว่า... เด็กหวงของเล่นอะไรแบบนั้นน่าจะเข้าใจง่ายกว่า”

            “เธออย่ามาเล่นลิ้นนะ!” ชายหนุ่มพยายามคิดหาวิธีแต่หญิงสาวผมสีแดงก็พูดขึ้นมาอีก

            “นายมีสองทางเลือกง่ายๆ แค่สองข้อ หนึ่งฆ่าเธอสะแล้วถูกขังไว้เหมือนเดิม สองปล่อยเธอแล้วถูกขังไว้เหมือนเดิม เลือกเอาเลยตามสบาย” หญิงสาวผมแดงพูดเพียงแค่นั้นแล้วเดินจากไปอย่างไม่สนใจแยแสเมดสาวที่ยืนหน้าซีดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มที่ถูกพันธนาการ

            “ด..ได้โปรด... ปล่อยฉันเถอะค่ะ... ฉ..ฉันยังต้องมีแม่กับน้องสวยที่ต้อง...ดูแลอีก” หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาเสียงสั่น ดึงสติของชายหนุ่มกลับมาอีกครั้ง

            มือเรียวเริ่มคลายออกช้าๆ ชายหนุ่มค่อยๆ ถอยห่างจากเธอ หญิงสาวรีบวิ่งออกไปทางหน้าประตูอย่างหวาดกลัว

            ปัง

            เสียงประตูปิดลงพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ค่อยๆ ทรุดลงไปนั่งกับพื้น สมองพยายามคิดหาวิธีอื่นที่จะทำให้เขาหนีรอดออกไปจากที่นี่ ดูท่าเมดสาวพวกนั้นจะไม่มีค่าพอจะเอามาทำเป็นตัวประกัน พวกมาเฟียก็เป็นแบบนี้ เห็นชีวิตคนไร้ค่า หากต้องการออกไปจากที่นี่ เขาคงต้องจับคนที่สำคัญกว่านี้มาเป็นตัวประกัน

            แม้จะเป็นความคิดที่บ้าบอสิ้นดี แต่เขาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว...

 

 

            เสียงรถดังขึ้นและเงียบไปเมื่อแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ลูกน้องในสูทสีดำรีบวิ่งไปเปิดประตูให้กับผู้เป็นหัวหน้าอย่างรีบร้อน ขายาวก้าวออกมาจากรถแล้วยืนขึ้นเต็มความสูง ดวงตาสีฟ้าคมกวาดมองไปยังลูกน้องที่มาต้อนรับ ก่อนจะสะดุดตากับเมดสาวที่ยืนก้มหน้าไม่กล้าสบตา

            “เกิดอะไรขึ้นช่วงที่ฉันไม่อยู่หรือเปล่า”

            “สัตว์เลี้ยงของนายเกิดพยศขึ้นมานะสิ” นาตาชาตอบ

            “ฉันยังไม่ได้ฝึกให้เชื่อง” สตีฟตอบเสียงเรียบ

            “งั้นก็รีบไปฝึกสะสิ” หญิงสาวเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ สตีฟถอนหายใจยาวปลดสูทให้กับแม่บ้านที่ยืนรอรับ วันนี้การเจรจากับลูกค้าผ่านไปด้วยดี ถึงจะน่าหงุดหงิดเล็กน้อยกับข้อเรียกร้องยิบย่อยแต่ก็ยังพอจัดการได้อยู่

            ชายหนุ่มเดินขึ้นชั่นสามเข้ามาในห้องนอนของตัวเองที่มีขนาดใหญ่มาก มือหนาปลดเน็ทไทออกโยนลงไปในตะกร้า ก่อนจะเดินไปหยุดตรงตู้หนังสือหลังใหญ่สูงถึงเพดานมือหนาผลักเลือนตู้หนังสือออกไปด้านข้างเผยให้เป็นประตูอีกบานที่ซ้อนอยู่ ชายหนุ่มผลักประตูเข้าไปในห้องนั้นทันที

            หน้าจอมากมายเรียงรายกว่าสิบจอดวงตาสีฟ้าคมมองสำรวจทุกจอคล่าวๆ ก่อนจะเดินไปหยุดที่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์เพื่อดูเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ย้อนหลังช่วงที่ตนไม่อยู่

            มือหนาคลิกเม้าส์เลื่อนเวลาไปเรื่อยๆ จนมาถึงเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มซึ่งถูกจับไว้ใช้เศษแก้วที่แตกมาขู่ และนาตาชาก็เข้ามา สุดท้ายชายหนุ่มก็เลือกที่จะปล่อยตัวเมดสาว

            “หึ... ใจดีไม่เปลี่ยนเลยนะ” ชายหนุ่มพูดแค่นั้นแล้วเลื่อนเก้าอี้ไปจับจ้องร่างที่กำลังนั่งอยู่บนเตียง เหม่อมองออกไปทางหน้าต่างนิ่งๆ

            “...แต่มันก็แค่นั้นแหละ” มือหนาบีบแน่นลงบนพนักเก้าอี้ราคาแพงก่อนจะหมุนมาทางหน้าประตูทางเข้าแล้วลุกขึ้นเดินออกมาจากห้อง

            “คืนนี้เราคงได้สนุกกัน ถ้านายพยศนัก ฉันจะทำให้เชื่องลงเอง...บัคกี้...”

 

 

            แกร็ก...

            เสียงเปิดประตูทำให้ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งเล็กน้อย เมดสาวสามคนรีบเดินเข้ามาในห้องอย่างรีบร้อน คนหนึ่งรีบโกยเศษอาหารและเศษแก้วแตกออก ส่วนอีกคนใช้ไม้ถูกพื้นที่มีกลิ่นน้ำยาทำความสะอาดเช็ดทำความสะอาด และคนสุดท้ายให้ไม้ถูที่เป็นผ้าแห้งถูให้พื้นแห้ง เพียงเท่านั้นพื้นห้องก็กลับมาสะอาดอีกรอบ

            ชายหนุ่มมองตามอย่างอึ้งๆ เมื่อหญิงสาวทั้งสามออกไปประตูก็ยังไม่ได้ปิดลง ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปอย่างช้าๆ ภายในห้องที่มีแสงสลัวจากด้านนอกหน้าต่าง และมีเพียงแสงจากทางเดินเท่านั้นที่ส่องเข้ามาภายในห้อง แต่มันก็ไม่มากพอจะทำให้ทั้งห้องสว่างพออยู่ดี

            ก่อนที่ขายาวจะก้าวไปถึงชายหนุ่มร่างสูงกำยำก็เดินเข้ามายืนอยู่หน้ากรอบประตู ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหยุดชะงักเท้ากลางห้อง มือหนาปิดล็อคประตูทันทีที่ก้าวเข้ามาภายใน ห้องทั้งห้องมืดสลัวจนมองไม่เป็นว่าคนตรงหน้าหน้าว่าเป็นแบบไหน เห็นเพียงเงาร่างสูงกำยำที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาเท่านั้น

            หัวใจดวงน้อยเต้นแรงในอกอย่างหวาดกลัว ขาเรียวยาวก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ คำพูดของหญิงสาวผมสีแดงดังขึ้นในหัว เขารู้ได้ในทันทีว่าคนที่หญิงสาวเอ่ยถึงนั้นต้องเป็นคนตรงหน้าแน่ๆ

            ‘นอกจากเขาแล้ว เขาที่เป็นเจ้านายของนายเพียงคนเดียว ใครอื่นก็แตะต้องนายไม่ได้’

            “...ไง สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของฉัน...”

            “...” ร่างโปร่งกลืนน้ำลายฝืดคอ เสียงทุ้มเย็นที่ดังขึ้นทำให้เขาแทบหมดแรงเป็นเสียงของชายที่ข่มขืนเขาไนวันนั้นเอง ชายหนุ่มรู้ได้ในทันทีว่าเขาไม่มีทางสู้กับคนตรงหน้าได้แน่ คนคนนี้ราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดที่พร้อมจะฉีกกระชากเหยื่อได้อย่างง่ายดายก็ไม่ปาน

            “เมื่อตอนเย็นทำตัวเป็นเด็กไม่ดีรังแกคนของฉันใช่ไหม” ชายหนุ่มร่างสูงกำยำเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แสงจันทร์ผ่านหน้าต่างกระทบลงบนปลายเท้าค่อยๆ ไล่ขึ้นมาจนถึงแผ่นอกหนาใต้เสื้อเชิ้ตสีเทาเมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าคมคายกับรอยยิ้มเหยียดหยันซ้อนอยู่ใต้เงามืด ปลายแส้เส้นยาวถูกปล่อยลงสู่พื้นโดยมีมือหนากำด้ามด้านหนึ่งไว้ “หึหึหึ...รู้ไหมเด็กไม่ดีต้องโดนทำโทษนะ บัคกี้...”
 
 
 
 
 
 
 
 
ว้า...ตอนนี้บัคกี้ก็ยังไม่ได้รับบทเรียนที่สาสมนะคะ 555+ ขอไรท์เตอร์ทำใจแปป แบบว่าเค้าทำบัคกี้ไม่ลง T^T แต่ตอนหน้า SM + NC แน่นวน จะพยายามให้เลือดสาดมากที่สุดค่ะ 555+ ขอจุดความ S ในตัวก่อนนะคะ ตอนนี้เนิบๆ ไปสักหน่อยเพราะเป็น AU ฟิค แต่เนื้อเรื่องน่าจะเดินเร็วขึ้นหลังจากนี้ค่ะ
ปล. สตีฟจะ S ใส่บัคกี้แค่ไหน ติดตามตอนต่อไปจ้า
 
 
 
 

edit @ 4 Oct 2016 20:28:18 by BluePowder

Comment

Comment:

Tweet