T

[Fiction-CA] Mafia Heart อุบัติรักอันตรายหัวใจมาเฟีย

Title : อุบัติรักอันตรายหัวใจมาเฟีย

Author : Blue Powder

Pairing : Stucky

Rate : ดราม่า ดาร์ค 18+

Summary : บัคกี้นักข่าวสายอาชญากรรมถูกจับตัวได้ระหว่างแอบไปทำงาน แม้จะรู้ว่างานของเขานั้นเสี่ยงแค่ไหน และพร้อมที่จะตายได้ทุกเมื่อ แต่สิ่งที่เขาต้องเผชิญกลับไม่ใกล้เคียงกับความตายเลยแม้แต่น้อย

เม้าท์มอย : ฟิคที่ไม่เคยคิดจะเขียนมาก่อน ส่วนใหญ่จะออกแนวมุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้งสะมากกว่า แต่ยังไงๆ ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ ^^

คำเตือน : ฟิคเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการ แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

------------------------------------------------------------------------

 

 

            

           

            ความรู้สึกปวดหนึบตรงท้ายทอยคือสิ่งแรกหลังจากที่เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เขาลองขยับแขนแต่เมื่อขยับไม่ได้ดังใจก็รู้ได้ทันทีว่ามือของเขาถูกมัดไว้เหนือหัวติดกับคานหรือขื่ออะไรสักอย่างที่อยู่สูงขึ้นไป ขาที่สัมผัสกับพื้นในท่ายืน ศีรษะถูกมัดเอาไว้ระหว่างดวงตาทำให้เปิดเปลือกตาขึ้นมาไม่ได้ เขาทำได้เพียงกลอกตาไปมาในเปลือกตาที่ปิดสนิทเพราะความมึนหัว สมองพยายามประมวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเขาเข้ามาอยู่ในที่แบบนี้ได้อย่างไร

            วันนี้เขาได้รับข่าววงในว่าจะมีมาเฟียกลุ่มหนึ่งมาเจรจากับนักการเมืองท้องถิ่นที่ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวพันธ์กับพวกค้าอาวุธเถื่อนที่ท่าเรือแห่งนี้ สำหรับนักข่าวสายอาชญากรรมมือหนึ่งอย่างเขาข่าวที่ได้มาจากแหล่งข่าวลับๆ นี้น่าเชื่อถือมาก เขาจึงตามมาเพื่อถ่ายรูปการเจรจานี้ให้ได้ เพื่อจะได้เอารูปที่ได้ไปให้สำนักพิมพ์ตีแผ่ให้สังคมภายนอกรู้ถึงความชั่วช้าของนักการเมืองคนนี้ แต่ระหว่างที่เขาได้ภาพมาแล้วกำลังจะหลบออกไปทุกอย่างในความทรงจำก็พลันหายไป รู้ตัวอีกทีก็ถูกจับมัดในสถานที่ที่ตัวเขาไม่รู้จักเสียแล้ว

            “มันรู้สึกตัวแล้วครับ!” เสียงที่ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่อยู่ที่นี่ แม้จะหวาดกลัวว่าจะถูกฆ่าตายที่นี่ แต่เขาก็ทำใจกับเรื่องพวกนี้ไว้ตั้งแต่เลือกที่จะก้าวเข้ามาทำงานในอาชีพนี้แล้ว

            แววเสียงเดินใกล้เข้ามาของคนกลุ่มหนึ่งทำให้ใบหน้าชื้นเหงื่อหันไปทางต้นเสียง เสียงประตูเปิดออกทำให้ชายหนุ่มเริ่มนับถอยหลังเวลาที่เขาจะถูกฆ่าตายตรงที่แห่งนี้

            “พวกนายออกไปก่อน แล้วก็ไม่ต้องเข้ามารบกวนจนกว่าฉันจะออกไป” เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้นภายในห้อง ตามด้วยเสียงเท้านับสิบคู่ที่เดินออกไปจากห้องตามด้วยเสียงประตูที่ปิดลง ชายหนุ่มหายใจแรงเมื่อมืออุ่นๆ แตะลงบนผิวแก้ม แม้จะแผ่วเบาแต่เขาก็ยังหวาดกลัว ถึงพยายามเก็บซ้อนเอาไว้แต่ร่างกายก็ยังคงแสดงออกมาให้อีกคนที่อยู่ในห้องได้เห็นร่างกายที่กำลังสั่นเล็กๆ

            ดวงตาคมสีฟ้าพราวระยับเมื่อมองดูชายหนุ่มที่ถูกมัดตรงหน้า ท่าทางเก็บซ้อนอาการหวาดกลัวแต่เก็บไม่มิดนั้นทำให้เขาหลุดยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เหยื่อตัวน้อยที่ไร้ทางหนีจากเงื้อมมือของราชสี

            “น..นายจะทำอะไรน่ะ” เสียงติดจะแหบร้องออกมาเสียงดังเมื่อรู้สึกถึงมือหยาบใหญ่ที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของคนที่ถูกจับมัดออก สาบเสื้อถูกแหวกออกเผยให้เห็นผิวขาวนวนน่าสัมผัส เม็ดทับทิมสีสดโดดเด่นบนผิวขาว ปลายนิ้วชี้กดลงไปบนยอดอกเล็กๆ นั้น ร่างทั้งร่างของคนที่ถูกมัดสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

            “เจมส์ บูแคแนน บาร์นส์ จากสำนักพิมพ์แดลี่ปริ้น นายคงไม่กลัวตายสินะถึงชอบทำงานเสี่ยงๆ” เสียงทุ้มเอ่ยกับคนที่เป็นถูกมัดโยงขึ้นด้านบน เขารู้ว่าชายคนนี้เป็นใครจากบัตรที่อยู่ในกระเป๋า นิ้วยาวไล้ไปตามหน้าอกลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบแต่มีกล้ามเนื้อเล็กน้อยอย่างคนที่ออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำ

            “น..นายเป็นใคร...” นักข่าวหนุ่มเอ่ยถามเสียงเครียด เขาไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครเพราะยังมีผ้าปิดตาแน่นหนาอยู่ แต่ต้องเป็นหนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่นอน แผ่นหลังของเขาเย็นวาบขึ้นเมื่อไม่ได้รับคำตอบ แต่กลับเป็นแรงขยับที่กางเกงทำให้รู้ว่าเข็มขัดของเขาถูกดึงออกและซิปกางเกงกำลังถูกรูดลงช้าๆ “ย..หยุด หยุดนะ!”

 
------------------------------------------------------------------------
 
ตัดฉับ
 
------------------------------------------------------------------------
 

            “ฆ่า... ฉัน...”

            “หึ! ฉันฆ่านายแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้...” สิ้นเสียงบนรักแห่งความทรมานก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง และไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ บทรักที่หนึ่งคนเสพสุขและหนึ่งคนที่ทรมานจนแทบขาดใจ

 

 

            ปัง!

            เสียงเปิดประตูกระแทกรุนแรงตามด้วยชายหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีทองเป็นประกายเดินออกมาจากห้องที่ใช้ขังคนที่ถูกจับได้ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยสูทสีดำที่เคยเรียบยับขึ้นนิดหน่อย ในอ้อมแขนมีร่างที่หลับใหลนอนสลบอยู่โดยมีเสื้อโค้ทสีน้ำเงินเข้มห่อเอาไว้สร้างความประหลาดใจจากลูกน้องที่รอกันอยู่ด้านนอกเป็นอย่างมาก แม้ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้นก็ตาม

            “นายคิดจะทำยังไงกับเจ้าหมอนี่” ชายหนุ่มร่างสูงผิวสีในชุดสูทสีดำที่ยืนพิงผนังอยู่ไม่ไกลเดินเข้ามาใกล้หัวหน้าของตน แม้จะเป็นมือขวาแต่พวกเขาก็สนิทกันมากเพราะรู้จักกันมาก่อนที่จะตั้งกลุ่มด้วยซ้ำ พวกเขาสนิทกันราวกับเพื่อนมากกว่าหัวหน้าและมือขวา จึงไม่ต้องเกรงอกเกรงใจกันมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นเขาซึ่งเป็นมือขวาก็ไม่ค่อยเข้าใจความคิดของคนคนนี้เท่าไหร่นัก

            “เอากลับไปที่รังของเรา” คำตอบของผู้เป็นหัวหน้าสร้างความประหลาดใจให้กับลูกน้องทุกคนเป็นอย่างมาก แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยากถามและอยากรู้คำตอบ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะถามหรือขัดคำสั่ง

            รถยนต์สีดำแล่นไปด้วยความเร็วคงที่เมื่อออกจากตัวเมืองถนนจึงโล่ง รถสีดำติดฟิล์มทึบหลายคันมุ่งสู่ที่พักสถานที่ที่กลุ่มของพวกเขาอาศัยอยู่นอกเมืองไกลออกไปทางตอนใต้ หนึ่งในรถทั้งหมดมีหนึ่งคันที่เงียบสนิทบรรยากาศชวนอึดอัด ชายผิวสีซึ่งเป็นมือขวานั่งกอดอกอยู่ตรงเบาะข้างคนขับไม่ได้เหลียวไปมองหัวหน้าของตนที่กำลังนั่งอยู่เบาะหลัง แต่ถึงยังไงเขาก็ทนเก็บความสงสัยต่อไปไม่ไหวอยู่ดี เพราะกว่าจะถึงที่พักของพวกเขาก็คงอีกหลายชั่วโมง

            “สตีฟนายคิดจะทำอะไรกันแน่ นายเก็บเจ้านักข่าวนี้ไว้ทำไม”

            “...” ไม่มีคำตอบจากคนที่นั่งอยู่เบอะหลัง มือหนาประคองร่างของชายหนุ่มร่างบางที่หลับสนิทแต่ยังถูกปิดตาอยู่นอนซบลงบนอกกว้าง

            “นายน่าจะฆ่ามันไปสะ เรื่องมันจะได้ไม่ต้องยุ่งยาก”

            “ไม่ต้องกังวลไปหรอกแซม ฉันแค่อยากจะเล่นกับหมอนี่ต่ออีกหน่อย”

            “เหอะ! ระวังความใจดีของนายจะทำให้เราตายกันหมด ...เหมือนตอนนั้น” เสียงพูดเหยียดหยันหลุดออกจากปากของมือขวา แววตาคมสีฟ้าวาวโรธมือหนายกขึ้นลูบเบาๆ ตรงช่วงท้องผ่านเสื้อสูทเนื้อดีแผลเป็นยังคงอยู่ เหตุการณ์ที่ทำให้เขาเกือบตายและทำให้ลูกน้องของเขาต้องตายเป็นจำนวนมากพลันฉายชัดเข้ามาในหัว มือหนาที่โอบไหล่บางกำแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แต่ไม่สามารถปลุกคนที่หลับซุกอกกว้างอยู่ให้ตื่นได้

            “...ฉันรู้แล้ว ขอบใจนะที่เตือน”

            “แล้วนายจะเอายังไง”

            “ฉันแค่จะเล่นกับเหยื่อของฉันต่ออีกสักหน่อย ก็แค่นั้น...”

            ชายหนุ่มผิวสีผู้เป็นมือขวาได้แต่กอดอกแน่นขึ้น เขาพยายามทำให้ใจสงบลง ตอนนี้กลุ่มของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก เพราะความเฉียบขาดของหัวหน้าของพวกเขา สตีฟ โรเจอร์ ที่ตอนนี้เป็นหัวหน้าที่สุขุมและฉลาดรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของศัตรู จากประสบการณ์เสี่ยงตายด้วยกันมามากมายทำให้ชายคนนี้ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ เขามักจะอ่านออกว่าใครคือมิตรหรือศัตรูเพียงแค่มองเพียงครู่ สตีฟนั้นแข็งแกร่งดังหินผา แต่แซมกลับรู้สึกว่าความแข็งแกร่งนั้นอาจจะพังทลายลงหากสตีฟกลับมามีหัวใจอีกครั้ง

 

 

            รถยนต์จอดสนิทเมื่อมาถึงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เป็นที่อาศัยของมาเฟียกลุ่มโรเจอร์ มีลูกน้องกว่าร้อยชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ และมีอีกหลายกลุ่มกระจายตัวกันไปตามประเทศต่างๆ เพื่อหาลู่ทางติดต่อซื้อขายทำธุรกิจค้าอาวุธกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่นั้น แน่นอนว่าหัวหน้าที่สตีฟส่งไปล้วนแต่เป็นคนที่เขาไว้ใจ

            “เอ่อ...ท่านคะ คนคนนี้” หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยเสียงเบาเมื่อชายหนุ่มอุ้มใครสักคนที่เธอไม่รู้จักเดินเข้ามาใกล้

            “ห้องที่บอกให้เตรียมไว้เสร็จหรือยัง” ชายหนุ่มถามเสียงเย็นชา

            “ได้แล้วค่ะ” แม่บ้านตอบอย่างรวดเร็ว หลังจากเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนชายหนุ่มติดต่อมาให้เธอรีบไปทำความสะอาดห้องนั้น เธอก็รีบพาสาวใช้ไปทำความสะอาดทันที แม้ห้องนั้นจะได้ใหญ่โตหรือไม่มีสิ่งของอะไรมากมายก็ตาม

            “แล้วข้อมูลที่ฉันให้เธอช่วยหาล่ะ นาตาชา” ดวงตาสีฟ้าคมหันไปมองหญิงสาวผมแดงผู้อยู่กลุ่มสืบค้นข้อมูลที่มายืนต้อนรับอยู่ไม่ไกล

            “วางอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณแล้วค่ะ”

            “ดี ตามฉันขึ้นมา” สตีฟตอบแค่นั้นหันไปหาแม่บ้านเป็นการสั่ง แล้วอุ้มร่างของคนหลับที่ถูกห่อด้วยเสื้อโค้ทตัวหนาขึ้นไปชั้นบนโดยมีแม่บ้านตามหลับไปสองคน ท่ามกลางความสงสัยของผู้ที่ได้พบเห็น

            “ผู้ชายคนนั้นใครกัน” สาวผมแดงหันไปถามหนุ่มผิวสีผู้เป็นมือขวาของหัวหน้าตัวเอง

            “ถ้าเอาไปขังไว้ที่ห้องนั้นเธอก็หน้าจะรู้นิว่าเขาถูกเอากลับมาทำไม”

            “ของเล่นใหม่เหรอ แต่ฉันว่ามันไม่น่าจะใช่” เธอเอ่ยออกไปตามความรู้สึก หรืออาจเป็นสัญชาตญาณที่บอกเธอว่าของเล่นที่เอากลับมาด้วยครั้งนี้ไม่เหมือนของเล่นในครั้งก่อนๆ

            “ฉันขอให้สัญชาตญาณครั้งนี้ของเธอไม่แม่นก็แล้วกันนะนาตาชา” แซมเอ่ยแค่นั้นก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่ห้องของตนที่เป็นชั้นสอง

            ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มถูกวางลงบนเตียงกว้างภายในห้องที่ไม่กว้างเท่าไหร่นัก เครื่องใช้ในห้องก็มีน้อยนิดตามมุมต่างๆ ในห้อง ห้องที่ถูกใช้เป็นที่กักขังของเล่นเอาไว้เป็นที่ระบายความเครียดของสตีฟไม่จำเป็นต้องหรูหราอะไร

            “ทำความสะอาดสะ แล้วคล้องโซ่ไว้ด้วย” สตีฟพูดกับแม่บ้านสองคนที่ตามมาพวกเธอหยักหน้าให้อย่างรู้งานเพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเรื่องแบบนี้

            หลังจากสั่งงานเสร็จสตีฟจึงเดินออกจากห้องไป เพราะเขาต้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะอีกไม่ถึงชั่วโมงจะต้องลงไปร่วมรับประทานอาหารค่ำกับแซม นาตาชา และคนอื่นๆ เช่นทุกวัน

 

 

            ภายในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานไม้หลังใหญ่เท่านั้นที่ให้แสงสว่างแก่คนที่อยู่ในห้องเพียงลำพัง เสียงกระดาษถูกพลิกไปช้าๆ หลังจากชายหนุ่มอ่านข้อมูลในหน้าหนึ่งเสร็จแล้วพลิกไปอ่านหน้าถัดไป ข้อมูลที่เขาอยากรู้จนต้องให้หญิงสาวผมแดงหามาให้อย่างเร่งด่วน ยิ่งอ่านไปทีละหน้าได้รับข้อมูลที่เพิ่มขึ้นหัวใจของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองสว่างยิ่งเต้นแรง จนไปถึงหน้าสุดท้าย มือหนาวางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วถอนหายใจแรง

            “เป็นนายจริงๆ ด้วยสินะ บัคกี้...”

 

 

 

 

สั้นโคตรรรรรรร!!! 5555+ ตอนนี้เปิดตัวมาบัคกี้ก็เจ็บตัวเลย และตอนต่อๆ ไปก็คงเจ็บอยู่ สตีฟมาในมาดมาเฟียหนุ่มไร้หัวใจ 555+ และเหมือนจะแอบจิตๆ อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ตอนแรกสั้นมากเพราะมีตัดฉับ แต่ถึงยังไงก็ฝากฟิคเรื่องใหม่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจแม่ยกสตั๊กกี้ด้วยนะคะ

ปล. ตักฉับเหมือนเดิม ใครอยากได้ทิ้งเมลไว้นะคะ ^^